ไวน์ในงานแต่ง และ จัดเลี้ยงนอกสถานที่ เลือกเสิร์ฟอย่างไรให้ปัง

ไวน์ในงานแต่ง และ จัดเลี้ยงนอกสถานที่ เลือกเสิร์ฟอย่างไรให้ปัง มาฟังคำแนะนำจากกูรู ไวน์ในงานแต่ง เลือกเสิร์ฟอย่างไรให้ปังแบบเจาะลึกถึงชนิดของไวน์ในปัจจุบันและราคาของไวน์จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ถึงวิธีการเลือกไวน์ในงานแต่งงานกันค่ะ ซึ่งบ่าวสาวคู่ไหนที่อยากจะเสิร์ฟไวน์ แต่ยังเป็นมือใหม่ของการชิมไวน์ เข้ามาอ่านได้เลย รับรองว่าได้ความรู้ไปเลือกไวน์ไว้ใช้ในงานแต่งแน่นอน

ชนิดของ ไวน์ในงานแต่ง ในปัจจุบัน มีการแบ่งชนิดอย่างไร?

“ประเภทของไวน์ จำแนกง่ายๆ คือ ไวน์มีฟอง, ไวน์ไม่มีฟอง และไวน์หวาน ครับ ไวน์มีฟองคือ Sparkling จะจำแนกจากวิธีการผลิต และแหล่งผลิต โดยแบบที่ดีที่สุดคือ Champagne ครับ ส่วนใหญ่ควรดื่มตอนที่ใหม่ๆ มากกว่าจะเก็บไว้ดื่มครับ ส่วนไวน์ไม่มีฟองคือ Still จะจำแนกจาก สีของไวน์ เช่น แดง ขาว หรือชมพู, แหล่งผลิต, วิธีการเก็บเกี่ยว, ชนิดองุ่น และปีการปลูกครับ สุดท้ายไวน์หวานคือ ไวน์ที่จำเพาะเจาะจง ใช้กรรมวิธีให้มีน้ำตาลเหลือจากการบ่มครับ เช่น ไวน์พอร์ต หรือ ไวน์เชอรี่ (ที่ไม่ได้ทำจากลูกเชอรี่)”

ไวน์ประเภทไหน เหมาะแก่การนำมาเสิร์ฟในงานแต่งงานมากที่สุด?

“ขึ้นอยู่กับเจ้าของงานและผู้ดูแลงาน เช่น ช่วงก่อนตัดเค้กบ่าวสาวบางคู่อาจเลือกการรินแชมเปญก่อน ก็สามารถหาแชมเปญ หรือสปาร์คกิ้ง ไวน์ขวดใหญ่มาใช้ก็ได้เพื่อให้ดูสวยงาม ซึ่งหลายคนอาจจะเคยเห็นบางงานที่นำแชมเปญมาเทในแก้วสวยๆ แทนการตัดเค้กอันนี้ก็ได้ครับ ส่วนการเสิร์ฟไวน์ในงานนั้น ปกติไวน์แดงจะเป็นที่นิยมของแขกและบ่าวสาวมากกว่า เนื่องจากมีราคาต่ำ ดื่มง่ายและเสิร์ฟง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของผู้จัดครับ”

สายพันธุ์ขององุ่น มีผลต่อรสชาติของไวน์ไหม?

“ไวน์ที่ปลูกในแต่ละประเทศและแต่ละเขต แม้มีสายพันธุ์เดียวกันก็จะมีรสชาติไม่เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งเป็นไวน์ตัวเดียวกันแต่คนละปีก็รสชาติไม่เหมือนกันเช่นกันครับ ถ้าเราพูดถึงไวน์ราคาไม่แพงนัก คือ ต่ำกว่า 600 บาท ที่มักนิยมใช้ในงาน หลักการจำแนกคร่าวๆ คือ ในกรณีของไวน์แดง ไวน์ที่มาจากโลกเก่า (ฝรั่งเศส,อิตาลี) มักจะไม่เข้มหรือจัดจ้านเท่าไวน์ที่มาจากโลกใหม่ (ทวีปอเมริกา หรือออสเตรเลีย) ส่วนไวน์ขาวก็เช่นกัน ไวน์โลกใหม่มักจะหวานและดื่มง่ายกว่าไวน์โลกเก่าที่จะออกเปรี้ยวหรือฝาดกว่า

สำหรับไวน์ราคาไม่แพงสายพันธุ์องุ่นที่เห็นบ่อยสำหรับไวน์แดง ก็จะเป็น Cabernet Sauvignon และ Merlot โดยมากแล้ว Cabernet Sauvignon จะมีแอลกอฮอล์และความเข้มข้นสูงกว่า Merlot ที่จะทานง่ายกว่า ส่วนไวน์ขาวที่เห็นมากจะเป็น Chardonnay และ Sauvignon Blanc โดย Chardonnay จะมีกลิ่นเด่นค่อนไปทางถั่วและแพรสุก ให้รสชาติที่หวานกว่า ส่วน Sauvignon Blanc จะค่อนไปทางดอกไม้และแอปเปิ้ลเขียว และมีรสชาติที่เปรี้ยวกว่า แต่เรื่องสำคัญที่สุดคือ เจ้าของงานต้องได้ชิมก่อนซื้อครับซึ่งจำเป็นที่สุด เพราะถ้าเจ้าของงานดื่มแล้วไม่ชอบ ก็ไม่อยากแนะนำให้ซื้อครับ เพราะฉะนั้นอาจจะเลือกรสชาติที่ถูกปากเรามากที่สุด หรือจะชักชวนบุคคลใกล้ชิดที่ถนัดเรื่องไวน์ไปช่วยชิมก็ได้ครับ”

ถ้าเราไม่มีความรู้เรื่องไวน์เลย สามารถอ่านฉลากข้างขวดได้หรือไม่ ว่าดีหรือไม่ดี?

“ศาสตร์เกี่ยวกับการเลือกไวน์ เป็นศาสตร์ที่ซับซ้อนมากครับ มีข้อมูลเยอะมากที่ต้องศึกษา แต่มีบางข้อที่บ่าวสาวต้องทราบก่อน คือ

1. จำเป็นต้องทราบก่อนว่า เราชอบไวน์ประเภทไหน เข้มหรือไม่เข้ม ออกหวานหรือออกฝาด

2. ไวน์ที่มีราคาแพง มักจะรสชาติดีกว่าไวน์ถูกเสมอ

3. แพงกว่าในที่นี้คือเปรียบเทียบระหว่าง 600 บาท กับ 3,000 บาท ครับ ถ้า 600 บาท กับ 1,000 บาท ก็มีลุ้นว่าขวด 600 บาทอาจจะจะอร่อยกว่าก็เป็นได้ครับ

4. สำหรับไวน์แดงอาจจะเลือกไวน์ที่ปีเก่าๆ หน่อย เช่น ปีนี้ 2018 ถ้าเราได้ปี 2015 รสชาติจะนุ่มนวลกว่าปี 2017 และหากเป็นไวน์ฝรั่งเศส จะมีข้อความระบุไว้ว่า Appellation d’origine contrôlée หรือ AOC ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะไม่แย่เกินไป เช่นเดียวกับไวน์โลกใหม่ ถ้ามีคำว่า Reserve ส่วนมากจะค่อนไปทางดีครับ”

บ่าวสาวสามารถปรึกษาเรื่องไวน์กับใครได้บ้าง หากไม่ใช่กับผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์โดยเฉพาะ?

“ถามผู้ขายเลยครับ คนขายส่วนมากจะทราบดีว่าไวน์ที่เขาขายตัวไหนดีหรือไม่ดี แล้วถ้าเขาอยากจะขายตัวไหน เราควรจะแจ้งงบประมาณ และรสชาติที่เราชอบให้เขาทราบก่อน ถ้ายิ่งเป็นไวน์ที่จะนำไปใช้ในงานแต่งงาน ที่ต้องใช้เป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นลัง จึงจำเป็นที่บ่าวสาวควรจะขอชิมก่อนครับ ว่าชอบรสชาตินั้นหรือไม่ แต่ขอให้คำนึงว่า ต้องเป็นไวน์ที่เราชอบ โดยเฉพาะงานแต่งที่มีแค่ครั้งเดียวในชีวิตด้วยแล้วยิ่งต้องให้ความสำคัญ เพราะฉะนั้นการประหยัดไป 10 บาทแล้วได้ไวน์ที่ไม่ชอบ ผมว่ามันก็ไม่คุ้มความรู้สึกหรอกครับ”

ทริกเรื่องไวน์ในงานแต่งที่สำคัญ คือ

1. ตอนที่ดีลกับโรงแรม ต้องแจ้งความจำนงว่าบ่าวสาวจะนำไวน์มาเอง ไม่เช่นนั้นจะโดนมัดมือชกในการสั่งไวน์กับโรงแรมซึ่งจะโดนบวกแพงครับ

2. วันเสิร์ฟควรมีคนที่เราไว้ใจคอยคุมจำนวนไวน์ เพราะเคยได้ยินมาเหมือนกันว่ามีไวน์หายในงานแต่งงานครับ

Related posts